บทสัมภาษณ์

เบเกอรี่แห่งความตั้งใจใฝ่ฝัน

แบรนด์แห่งการสร้างสรรค์แบบยั่งยืน

ในแวดวง Pastry Business ปัจจุบัน คงไม่มีใครไม่รู้จัก Yellow Spoon เจ้าของ Lemon Meringue Tart สุดฮิตที่นอกจากหน้าตาจะยูนี้คมาก ๆ แล้ว ยังมีรสชาติที่โดดเด่นสดชื่น และยิ่งไปกว่าเมนูเบเกอรี่ที่มากมายหลากหลายของร้านขนมสีเหลืองแห่งนี้ BigSmile ทราบมาว่า ผู้อยู่เบื้องหลังความหอมหวานทั้งหมดตรงหน้า ก็มีเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจได้มากมายเช่นกันค่ะ เราขอเวลา คุณวี-มินทร์ธิรา วิชญวงศ์ธีรกุล ได้ในตอนบ่ายวันจันทร์ และเธอใจดีแบ่งปันเรื่องราวทุกความเป็นไปของ Yellow Spoon ให้เรารับรู้โดยละเอียด

“วีเคยเป็นพนักงานบริษัทอยู่ที่สิงคโปร์ค่ะ ในหน้าที่ก็คือ ทำการตลาด ทำ Branding วาง Strategy กำหนดทิศทางของตัวสินค้า ซึ่งเค้าก็จะมีสินค้าหลากหลายกลุ่มให้จับ ทั้งของกินของใช้ ตอนที่ทำงานอยู่ก็สนุกและเต็มที่กับงานมาก ๆ  จากพื้นฐานที่วีเป็นเด็กเนิร์ด ไม่ว่าจะเรียนหรือทำงานก็จะใส่ให้สุดเสมอ ย้อนไปสมัยเรียนหนังสือ นอกจากจะเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียนมาก ๆ แล้ว หากมีเวลาว่างก็มักหางานอดิเรกประดิดประดอยทำเครื่องประดับขาย เรียกว่าได้จับนั่นทำนี่มาโดยตลอด มี Passion กับงานศิลปะอยู่มาก แต่พอต้องมารับผิดชอบงานที่ทำประจำ ก็มีโอกาสได้ทำสิ่งที่ชอบน้อยลงไป”

“ทำงานการตลาดให้กับบริษัทมาหลายปีอยู่ค่ะ จริง ๆ แล้วก็แฮปปี้กับงานที่ทำนะคะ เพราะโชคดีมีโอกาสได้จับโปรเจคมากมาย ทำให้ได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่หลากหลายมาโดยตลอด เพียงแต่มีช่วงนึงที่รู้สึกว่า เออ..อยากกลับบ้านแล้วล่ะ แล้วเพราะเป็นคนคิดเร็ว ตัดสินใจเร็ว ไม่นานก็กลับบ้านเลยค่ะ แล้วก็มาพร้อมกับจุดที่รู้สึกว่าอยากออกจาก Comfort Zone เพื่อทำอะไรใหม่ ๆ เป็นอะไรซักอย่างที่อยากทำมาโดยตลอด ซึ่งก็คือการทำอาหารและทำขนม เลยไปลงเรียน Le Cordon Bleu แบบ Full-time การทำอาหารทำขนมเป็นสิ่งที่ชอบอยู่แล้ว ที่ไปเรียนเพราะอยากรู้เทคนิค อยากเข้าใจพื้นฐานทุกอย่างให้ถึงที่สุด  จนจบคอร์สมาได้ ตอนนั้นก็ยังไม่ได้มีความคิดจะเปิดร้านแต่อย่างใด ระหว่างนั้นก็ลองคิดสูตรเอง ปรับนั่นจูนนี่ เขียนสูตรขนมเอาไว้มากมายก่ายกอง”

“แต่แล้วมีคนรู้จักซึ่งมีพรรคพวกที่อยู่ในแวดวงธุรกิจ Training ซึ่งต้องมีการจัด Catering เข้าไปบริการ ก็ชวนให้ลองทำของกินไปเสนอดู หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนโดยเทียบระหว่างทำอาหารกับทำขนมเบเกอรี่ วีคิดว่าอย่างหลังคือตัวตนของเรามากกว่า เพราะคิดว่าตัวเองเป็นคนละเอียด ชอบความเนี๊ยบความเป๊ะ และเหมือนมีโอกาสที่จะ utilize สิ่งที่เราชอบ คือ ความสร้างสรรค์บวกกับงานศิลปะ และการประดิดประดอย เข้าไปกับงานได้ ซึ่งเบเกอรี่ตอบโจทย์มากกว่าการทำอาหาร” “งานแรกผ่านไป ก็ปรากฏว่า feedback ดี มีคนชม มีคนถามถึง มีร้านกาแฟอยากได้ขนมของเราไปลง ทีแรกเราก็ใช้พื้นที่ครัวที่บ้านเรานี่แหละค่ะ แต่ทำไปทำมาชักเริ่มเยอะ เริ่มเกะกะคนที่บ้าน แล้วเราไม่ชอบอะไรที่มันดูไม่ proper อยากทำทุกอย่างให้ดูดีมีมาตรฐาน ก็เลยเริ่มออกมาหาพื้นที่เช่าของตัวเองเพื่อทำขนมส่งตามที่ต่าง ๆ”

“ตอนนั้นก็ยังไม่คิดทำหน้าร้านนะคะ ยังไฟแรงเรื่องการทำขนมตามสูตรที่เราคิดค้นมา จนคนที่เดินผ่านไปผ่านมาเริ่มเข้ามาซื้อมาสั่งมากขึ้นนั่นแหละค่ะ เมื่อทุกอย่างลงตัวก็เลยตัดสินใจเปิดร้านอย่างเป็นทางการ ทำ Branding Yellow Spoon เริ่มรับพนักงานเข้ามาช่วยเรา แล้วเราก็เติบโตขึ้น จนถึงทุกวันนี้ มี 3 สาขา ก็คือที่เอกมัย เอ็มควอเทียร์ และ 101 The Third Place แต่ถึงแม้จะมีหน้าร้าน 3 แห่ง ลูกค้าหลักของเราก็ยังคงมาจากการขาย Wholesale และการทำ Catering”

เป้าหมายหลักของวีตอนที่เริ่ม Yellow Spoon ก็คือ อยากทำเบเกอรี่ในเมนูที่แตกต่าง เพราะสมัยนั้นไปทุกร้าน ก็มักขายเค้กเหมือนกันหมด ที่ฮิต ๆ คือ เค้กช็อคหน้านิ่ม บลูเบอรี่ชีสพาย ดังนั้น ของ ๆ เราต้องสร้างอะไรใหม่ ๆ ให้ตลาดแล้วเราก็เน้นที่รสชาติต้องไม่หวานเกินไป กินแล้วเฮลตี้แบบทานแทนผลไม้หลังมื้ออาหารได้ และต้องทานได้ทุกวัย โดยมี challenge แรกคือ ทำเค้กที่พอยกมาวางบนโต๊ะอาหารแล้วคนที่บ้านของเราทานได้ทุกคน นอกจากนั้น วีอยากทำเบเกอรี่คุณภาพดี ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง แต่ขายแบบ mass ให้ได้ อันนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่วีเลือกทำเบเกอรี่ ไม่เลือกทำอาหาร เพราะการทำอาหารเราต้องอาศัยตัวเชฟเป็นหลักในการสร้างสรรค์ผลงานและควบคุมคุณภาพ ในขณะที่เบเกอรี่ หากมีสูตรที่ดีแล้ว เราจะให้ใคร follow ก็ได้ เบเกอรี่จึงสามารถต่อยอดเรื่องกำลังการผลิต และทำให้สูตรเป็นมาตรฐานได้ง่ายกว่า จึงทำให้พัฒนาเป็นธุรกิจที่เจริญเติบโตได้ มีความเป็นไปได้ที่จะ mass”

“และความเป็น mass สำหรับวี ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นตัวตนของเรา เมื่อเวลาผ่านไป การทำเบเกอรี่ทุก ๆ วันก็ confirm ว่าเรามาถูกทางแล้ว คือนอกจากจะเป็นขอบเขตที่เราถนัด เบเกอรี่ยังเปิดโอกาสให้เราใส่ความเป็นตัวตนของเราลงไปได้ด้วย แต่ละเมนูที่วีทำออกมา เราใส่ความตั้งใจลงไปว่า เราจะไม่ทำอะไรที่ซ้ำกับคนอื่น แต่เลือกที่จะสร้างสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมาให้ลอง ก็ปรากฏว่าหลาย ๆ เมนูที่เป็น Signature ของ Yellow Spoon ก็สามารถสร้างความหลากหลายให้กับตลาดเบเกอรี่ในบ้านเราได้ เพิ่มตัวเลือกให้กับลูกค้าได้ ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่เราภูมิใจมาก แล้วเราก็จะไม่หยุดคิด ไม่หยุดค้นคว้าหาเบเกอรี่หน้าตาและรสชาติใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด เพราะตรงนี้คืออีกสิ่งหนึ่งที่เราพบว่ามันท้าทาย”

“หลาย ๆ คนถามว่า ทำร้านเบเกอรี่ไม่เหนื่อยเหรอ คือทำกินเองน่ะน่าสนุก แต่พอทำขายแล้วน่าจะเหนื่อย เครียด เวลาหมดไปกับการอบขนมทุกวี่ทุกวัน ตรงนี้วีเข้าใจว่า ทุกอาชีพล้วนมีความยากลำบากของอาชีพนั้น ๆ และบางทีสิ่งที่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าเป็นปัญหา จริง ๆ แล้วมันอาจเป็นเพียงข้อจำกัด ซึ่งหากเราเข้าไปพิจารณากันดี ๆ และพยายามหาทางก้าวข้ามข้อจำกัดนั้นไปให้ได้ สิ่งที่เข้าใจว่าเป็นปัญหามาโดยตลอด ก็อาจจะถูกแก้ไขไปเลยค่ะ อย่างทำเบเกอรี่ตามที่วีแชร์ให้ฟังก่อนหน้านี้ ที่เลือกทางนี้แทนการทำอาหาร เพราะเราคิดว่าเราสามารถ set up อะไรบางอย่าง แล้วก็ปล่อยให้พนักงานของเราจัดการแทนเราได้ แล้วพอเราไม่ต้องทำทุกอย่างเอง ก็ทำให้เรามีเวลาไปทำสิ่งอื่น วีไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง จะเข้าอบรมสัมมนาเยอะมาก แต่ละที่ที่ไปก็ทำให้เรารู้จักคนมากมายหลายแบบ อย่างมีเพื่อนร่วมคลาสที่เป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ หรือพวก Startup โดยส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นคนที่หนึ่งของธุรกิจนั้น ๆ หมายถึงเค้าริเริ่มสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการอย่างใดอย่างหนึ่งเข้ามาสู่ตลาดเป็นคนแรก แล้วก็มาแชร์ประสบการณ์ต่าง ๆ ให้ฟัง มีทั้งอุปสรรค และวิธีแก้ไขที่พิสูจน์แล้วว่ามันเวิร์ค เรารู้สึกได้ว่ามีประโยชน์ และเรานำมาใช้กับ Yellow Spoon จากเรื่องที่เคยดูวุ่นวาย ก็กลายเป็นมีทางออกได้โดยง่าย แล้วเราก็เรียบเรียงข้อคิดเทคนิคดี ๆ จากคนอื่น นำมาใช้กับธุรกิจของเราให้ดีขึ้นในทุก ๆ ด้าน ดังนั้นสำหรับวีแล้ว ร้านเบเกอรี่ไม่ได้เหนื่อย ถ้าเราปรับให้ทุกอย่างมันดำเนินไปด้วยตัวของมันแบบยั่งยืน เราต้องปรับรูปแบบธุรกิจที่เรารัก ให้มันเติบโตได้ด้วยตัวของมันเอง เพื่อที่เราจะได้อยู่กับมันไปตลอดชีวิตอย่างมีความสุข”

“ถ้าถามว่า ความพึงพอใจในอาชีพของวี ณ ปัจจุบันคืออะไร ก็ตอบได้ว่า Yellow Spoon ไม่ใช่ร้านเบเกอรี่เพียงอย่างเดียว แต่เราเป็นแบรนด์ธุรกิจที่มีฐานมั่นคงจากการมีหลากหลายหนทางต่อยอด วีไม่ได้มองเห็นผลของมันทันที ณ วันที่ลาออกจากงานประจำเมื่อหลายปีก่อนโน้น แต่เราชัดเจนในเรื่องความชอบก็เลยมุ่งมั่นลงมือทำ เข้าใจสไตล์ของตัวเองก็เลยเลือกหยิบยกมาใส่มาวางตามความถนัด และความเป็นน้ำที่ไม่เคยเต็มแก้ว ก็ทำให้เราเปิดใจค้นหาศึกษาลองผิดลองถูกอยู่เสมอ ตอนนี้เราขยับขยายรับงานออกแบบเมนู คิดสูตรขนม รวมไปถึง Training ด้วยอยากแบ่งปันความรู้ความถนัดที่มีให้คนอื่น ๆ ที่อาจสนใจ และสุดท้าย หลักการที่เรายึดมั่น คือการมี Ethics ในการประกอบอาชีพ Yellow Spoon ใช้วัตถุดิบคุณภาพในทุกขั้นตอน เราไม่ขายเค้กที่เน้นทำกำไรอย่างรวดเร็ว ความภาคภูมิใจของเราคือ การรับรู้ว่า Creativity ที่เราใส่เข้าไปในขนมทุกชิ้นนั้นออกจากเตาแล้วกลายเป็นผลงานให้คนรับประทานได้ โดยเราตั้งใจและคิดมาแล้วว่า มันเป็น Combination ที่ดีที่สุด พอดีที่สุด แล้วเราอยากให้ลูกค้าที่ทานแฮปปี้ที่สุด ส่วนในฝั่งของพนักงานเอง เราพบว่า พนักงานของ Yellow Spoon ทุกคนยังคงกินขนม สั่งเค้กของที่ร้าน เพื่อเอาไปฝากคนนั้นคนนี้ จึงทำให้เรายิ่งมั่นใจว่า เป็นเพราะทุกคนเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าของร้าน  เราจึงส่งต่อด้วยความภูมิใจ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ก็สะท้อนจากความมุ่งมั่นตั้งใจของเรา ที่จะสร้าง Brand “Yellow Spoon” ให้เป็นเบเกอรี่ที่เติบโตไปอย่างยั่งยืน”

เว็บไซต์ :
 www.yellowspoonpastry.com

สาขา :
1. EKKAMAI COMPLEX 
2. EMQUARTIER G FL. 
3. 101 THE THIRD PLACE 


เรื่องโดย  วี-มินทร์ธิรา วิชญวงศ์ธีรกุล และ BigSmile World