Interviews

ชีวิตผจญภัยกลางแจ้ง ในวัยอิสระ

ของช่างภาพสัตว์ป่า ปุ๋ย-ปริญญา ผดุงถิ่น

ชื่อของปริญญา ผดุงถิ่น หรือ พี่ปุ๋ย อดีตนักหนังสือพิมพ์-คอลัมนิสต์-นักเขียน เป็นชื่อที่คุ้นเคยในกลุ่มคนที่นิยมใช้ชีวิตแบบกลางแจ้ง ทั้งที่ชอบผจญภัยในป่า กางเต็นท์ ดูนก ตกปลา ด้วยความที่เขียนคอลัมน์และหนังสือประเภทนี้มาเกือบ 10 เล่มตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปี แต่ชื่อเสียงของเขาเป็นที่รู้จักในวงกว้างอีกครั้งสองปีก่อน เมื่อเขาสร้างความฮือฮาในฐานะเจ้าของผลงาน “ภาพเสือกระต่าย” สัตว์ป่าหายากที่ไม่มีภาพถ่ายปรากฎให้เห็นมานานแล้วในประเทศไทย เป็นภาพสัตว์ป่าที่มีเผยแพร่และแชร์ไปมากที่สุดในประเทศภาพหนึ่งเลยทีเดียว

ปริญญาในวัย 54 ปี เพิ่งออกจากงานประจำในฐานะบรรณาธิการหลังหนังสือพิมพ์ปิดตัวลง แต่เขายังไม่ได้หยุดทำสิ่งที่รัก ความอิสระคล่องตัวที่มีมากขึ้น ทำให้เขาเปลี่ยนงานอดิเรกในการถ่ายภาพสัตว์ป่ามาเป็นงานหลักเสียเลย แถมยังเป็นงานที่ทำอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยอีกด้วย ทุกครั้งที่คุยเรื่องสัตว์ป่าเขาจะคุยอย่างออกรสชาติ แววตาเป็นประกายเต็มไปด้วยแพชชั่น

ทำไมพี่ปุ๋ยถึงกลายมาเป็นช่างภาพถ่ายภาพสัตว์ป่าได้
เป็นคนทำกิจกรรมกลางแจ้งมาตลอด ผมชอบตกปลา จากนั้นก็มาดูนกถ่ายรูปนก ก่อนหน้านี้ถ่ายรูปนก ทั้งตอนบิน และนกกลางคืน เราก็เลยมีชื่อเสียงเรื่องถ่ายภาพนกตอนกลางคืน มีคนเชิญไปบรรยาย จากการดูนกวันหนึ่งก็นำมาสู่การถ่ายภาพสัตว์สี่เท้า พอดีมีพวก ๆกันเขาเอาตัวเซ็นเซอร์มาให้ลองเล่นดู ก็ชอบเราก็เลยลองใช้ดูปรากฏว่าได้นกเค้าแมวยิงโฉบเหยื่อ ต่อมาได้เสือปลาซึ่งเป็นเสือตัวแรกที่เราได้ภาพมา  จากนั้นก็เลยเริ่มชอบจริงจังและศึกษาเพิ่มเติม การได้ภาพสัตว์ที่หายากนั้นมันได้อารมณ์เดียวกับการเจอนกแปลก ๆ ที่หายาก การส่องเจอนกหายากมันมีความสุขกว่าการส่องเจอนกหาง่ายนั่นเอง

ต้องศึกษาอะไรเพิ่มเติมบ้าง
อันที่จริงอุปกรณ์ถ่ายนกกับสัตว์ใช้อุปกรณ์ชุดเดียวกัน แต่เราต้องเรียนรู้เรื่องการจัดแสง การถ่ายภาพแบบ Camera Trap (กล้องดักถ่ายภาพที่นำกล้อง DSLR มาประยุกต์) เราไปดูที่ฝรั่งจาก National Geographic เขาทำ สวยมากจนดูแล้วน้ำตาไหล เราอยากทำได้บ้างก็ไปศึกษาในยูทิวบ์แล้วหัดจัดแฟลชสองสามดวง แต่มันไม่ใช่จัดแสงในสตูดิโอ มันเป็นป่าเราก็ต้องดูเกี่ยวกับระยะของต้นไม้และเรื่องอื่น ๆ ด้วย นอกจากนั้นเราก็ต้องศึกษาข้อมูล อ่านเยอะมากโดยเฉพาะตำราจากต่างประเทศ และอ่านบนอินเตอร์เน็ตเพิ่มเติมอีก เราชอบภาพที่ถ่ายมีฉากหลังเป็นดาว พระจันทร์ ที่เป็นสิ่งแวดล้อมในเวลากลางคืน มันน่าดูการถ่ายสัตว์ป่าเวลากลางคืนที่เห็นเพียงฉากหลังสีดำ

ทำไมภาพเสือกระต่ายภาพเดียวจึงเป็นกระแสข่าวดังได้
คิดว่าเพราะคนส่วนใหญ่คิดว่าสัตว์ชนิดนี้มันสูญพันธ์ไปจากประเทศไทยแล้ว ไม่มีใครเห็นมานานแล้ว (บางกระแสบอกว่าสาบสูญไปนานกว่า 40 ปี) จนเราถ่ายภาพได้ที่พื้นที่เขตรักษาสัตว์ป่าอมก๋อย จ.เชียงใหม่ เมื่อเดือนมกราคม ปี 2560 ก็เลยเกิดประเด็นว่าเสือกระต่ายยังมีอยู่ในป่าไทย ถือเป็นข่าวใหญ่ในวงการอนุรักษ์สัตว์ป่า คนก็เริ่มกระจายข่าว ส่วนรูปที่เผยแพร่ก็ได้รับการแชร์ไปตามสื่อหลักและสื่อโซเชียลมากมาย ที่สำคัญนาน ๆทีจะมีข่าวดีเช่นนี้เพราะปกติข่าวสัตว์ป่ามักเป็นในเชิงลบเสียมาก  

ภาพถ่ายที่ประทับใจที่สุด
ภาพถ่ายเสือโคร่งตัวแรก ๆที่มีดาวเป็นฉากหลัง เราชอบเสือโคร่งมากที่สุด ขนาดสำคัญนะ Size does matter ขนาดตัวหนึ่งประมาณ 200 กิโลกรัม แล้วลายมันสวย มันสง่าและมีรูปร่างที่งดงาม จริง ๆ แล้วเสือมันไม่ทำร้ายคนนะยิ่งเสือในป่านี่กลัวคนนะ ความที่มันกลัวคนทำให้เป็นโชคของทั้งคนและเสือด้วย ไม่งั้นคนอาจจะฆ่าเสือตายหมด ภาพนี้เป็นภาพสัตว์ป่าภาพเดียวที่ติดไว้ที่บ้าน อย่างอาจารย์ศศิน เฉลิมลาภ มาที่บ้านยังบอกว่านึกว่าจะมีรูปสัตว์ป่ามากกว่านี้

ความยากในการที่จะได้ภาพสัตว์ป่าแต่ละภาพ
เราต้องอดทนรอ สัตว์ใหญ่เป้าหมาย ที่ว่ายากคือการเดินทางเข้าไปถึงจุดที่อาศัยของมัน เพราะสภาพพื้นที่ค่อนข้างลำบาก ทำให้ต้องใช้เวลาเกือบทั้งวันกว่าจะถึงและกว่าจะติดตั้งกล้องครบ จากนั้นรอบหนึ่งต้องรอเป็นเดือนหลังจากไปตั้งกล้องแล้ว ก่อนอื่นเราต้องศึกษาว่าเสือมันเดินที่ไหน แรก ๆ ไม่รู้หาเสือไม่เจอตั้งหลายเดือน แต่หลังจากศึกษาจริงจังจึงรู้ว่าเสือจะอยู่ประมาณตรงไหน คือมันจะมีต้นไม้ที่มันมาฉี่ ซึ่งภาษาเราจะเรียกว่า “spray” ถ้าเจอก็ไม่พลาด ต้องตามกลิ่นของมัน แล้วยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจจะทำให้ไม่ได้รูปในแต่ละครั้ง เช่นมีช้างมาพังกล้อง ซ่อมไปหลายครั้ง พังไปเลยก็มี ช้างนี่เขาจะไม่ชอบอะไรที่แปลกปลอมเลย เป็นนิสัยของมัน อีกทั้งยังต้องระวังมดและความชื้นด้วย

อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นอุปสรรคต่อการทำงานด้านนี้ไหม
ก็มีผลบ้างในทางอ้อม จริง ๆ แล้วมันคือสุขภาพมากกว่า บางอย่างก็อาจจะเสื่อมลงตามอายุ เช่นการขับรถอาจจะไม่อึดเหมือนเดิม แต่กิจกรรมแบบนี้มันต้องเดินทางไกลต้องดูแลสุขภาพให้พร้อม ตอนนี้มีน้องในทีมเราชื่อ ททท. (Trap ทั่ว ไทย) คนหนึ่งคอยขับให้ รถเราก็ยกสูงทำไว้สำหรับเข้าป่าเลย ใช้ยางแบบพิเศษแบบ mud-terrain ถ้าพูดถึงการเริ่มเราเริ่มถ่ายภาพช้าถ้าเทียบกับคนอื่น ประมาณปี 2553-2554  แต่คนที่ถ่ายภาพด้านนี้ก็มีรุ่นใหญ่ ๆ อยู่เหมือนกัน ที่เห็นยังมีคนอายุ 70 กว่า ๆ ถ่ายอยู่นะ ตอนนี้สิ่งที่ทำก็คือรักษาสุขภาพให้แข็งแรง นี่ก็กินน้ำผักปั่นตอนเช้ามาเป็นปีแล้วซึ่งรู้สึกดี

งานที่ทำอยู่ในปัจจุบัน
ตอนนี้ก็ทำกับทีมวิจัยเสือ ซึ่งโครงการนี้เรามีบทบาทเป็นช่างภาพ ก่อนหน้านี้ก็มีออกหนังสืออีบุ๊ค รวมคอลัมน์ “สิงสาราสัตว์” ที่เคยตีพิมพ์ที่โพสต์ ทูเดย์ ก็เป็นอีบุ๊คเล่มแรก หลังมีหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คมาแล้ว 9  เล่ม เล่มนี้ก็ลองทำเองเลยใช้โปนแกรมทำเองหมด (หัวเราะ) แล้วก็ไปฝากขายบนเว้บอีบุ๊ค และตอนนี้เราก็เริ่มเตรียมตัวที่จะออกช่องยูทิวบ์ของตังเอง ชื่อ Tiger Hunter ซึ่งเราคิดว่าไม่ใช่เป็นช่องที่เกี่ยวกับการถ่ายภาพสัตว์หรือภาพเสืออย่างเดียว แต่จะเป็นเรื่องที่คนทั่วไปสนใจ ตอนนี้ทำเตรียมไว้เป็นสิบตอนแล้วรอที่จะเปิดตัว

ทำงานด้านนี้ทำให้รักสัตว์ป่ามากขึ้นไหม
แน่นอน นอกจากการแพชชั่นหรือความมันส์ส่วนตัวในการถ่ายภาพสัตว์ป่าแล้ว เรามีความเคารพหวงแหนสัตว์ป่าไปในตัว ส่วนภาพถ่ายนั้นเราเชื่อว่าจุดหมายคือการสร้างความประทับใจต่อสัตว์หรือทรัพยากรทางธรรมชาติทำให้เกิดความรู้สึกรัก หวงแหน ภาพแต่ละภาพก็จะทำหน้าที่ของมันในการสื่อสารไปพร้อมการอนุรักษ์

 

เรื่องโดย เมธิดา
ภาพสัตว์โดย ปริญญา ผดุงถิ่น